7 ข้อเท็จจริงที่สามารถทำให้ ” เราถูกหลอกให้ทำสิ่งนั้น ” จากความต้องการของคนอื่นได้ !!

คุณเคยพบตัวเองในสถานการณ์ที่คุณซื้อรองเท้าคู่แพง ๆ ทั้งที่คุณไม่ต้องการมันไหท หรือบ่อยครั้งที่เราทำสิ่งต่าง ๆ ให้คนอื่น ๆ ทั้งที่เราก็ไม่ได้อยากทำ นักจิตวิทยาได้เปิดเผยบางส่วนให้เราได้ทราบว่า ทำไมเราถึงต้องชื้อสินค้าหรือทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ มันมีกลยุทธ์หรือแรงจูงใจใดที่ทำให้เราต้องทำสิ่งเหล่านั้น วันนี้เรามีคำตอบ

1. คำพูดที่เปรียบเทียบกับคนรอบตัวของคุณ

เมื่อเราไม่ได้ต้องการจะชื้อสินค้าชิ้นนั้น แต่แม่ค้าพยายามเร้าคุณในสิ่งที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ถ้าแม่ค้าเห็นคุณเป็นนักเรียนหรือคนทำงานออฟฟิศ เขาจะบอกคุณว่าสินค้าตัวนี้กำลังเป็นที่นิยมในวัยของคุณและมีคนแบบคุณ มาชื้อกันมากมายหลายคนแล้ว จนคุณต้องพลอยชื้อสินค้าตัวนั้นไปด้วยทั้ง ๆ ที่คุณไม่ได้ต้องการมันตั้งแต่แรก

2. ลดจำนวนลงตามความเหมาะสม

หากคุณกำลังต้องการจะยืมเงินจากเพื่อนของคุณ แต่คุณประเมินสถานการณ์ได้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้เงินทั้งหมด คุณลองลดจำนวนในการยืมเงินลง และบอกระยะเวลาที่จะทำการคืนเงินให้เพื่อนของคุณ ซึ่งมีแนวโน้มว่าคุณจะได้เงินจากเพื่อนของคุณ

3. ลงรายละเอียด

นักวิจัยจาก Sam Houston State University พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษามีแนวโน้มที่จะตกลงให้ความช่วยเหลือ แก่คนที่ขอความช่วยเหลือ ที่ระบุตัวตนมากกว่าคนที่ไม่มีข้อมูลหรือเหมือนคนแปลกหน้า ดังนั้นเมื่อผู้ขายขอชื่อคุณในรายละเอียดงานของคุณ พวกเขากำลังพยายามสร้างการเชื่อมต่อให้ดูเหมือนกับคนที่ห่วงใย เพราะมันทำให้กระบวนการขายนั้นง่ายขึ้น

4. คำขอที่ทำให้ใจอ่อน

ตามที่นักวิจัยจาก Stanford University อธิบายว่าคนเรามักจะรู้สึกอึดอัด เมื่อพวกเขาถูกขอร้องจากคนคนเดียวหลายครั้ง ดังนั้นหากคุณปฏิเสธคำขอนี้ แต่เมื่อมีคำขออื่นคุณมีแนวโน้มที่จะเห็นด้วยหรือยอมตกลง นั่นเป็นเพราะคุณรู้สึกผิด หรือรู้สึกว่าคุณทำให้พวกเขาผิดหวังในครั้งแรก

5. การมีข้อเสนอบ่งบอกถึงผลกำไร

นักวิจัยจากประเทศเยอรมนีพบว่า คนมีแนวโน้มที่จะเห็นด้วยกับบางสิ่ง หากพวกเขาได้รู้ว่าจะมีผลกำไรในเรื่องนั้น ๆ เคล็ดลับนี้มักถูกใช้โดยคนที่เห็นแก่ตัวที่หวังผลประโยชน์ของตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถแยกแยะความแตกต่างของข้อเสนอที่ให้ผลกำไรจริง ๆ หรือการร้องขออย่างจริงใจของเพื่อนจากคนที่พยายามหลอกคุณ

6. การส่งเสริมความคิด

มีแนวทางที่ชัดเจนในการให้ใครบางคนเลือกที่จะตกลงมากกว่าปฏิเสธ พูดเตือนพวกเขาว่าพวกเขามีอิสระในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ และพวกเขาไม่ใช่ตัวประกันของใครสามารถตัดสินใจเองได้ แต่นั่นเป็นกลอุบายที่รู้จักกันดี ตัวอย่างเช่น หากคุณได้ยิน “คุณไม่จำเป็นต้อง” หรือ “สิ่งนี้ดูดีสำหรับคุณ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคุณที่จะตัดสินใจ”
นักจิตวิทยาอธิบายว่าเทคนิคนี้เตือนคุณเกี่ยวกับอิสระภาพของคุณ ทำให้คุณรู้สึกสะดวกสบายและเพิ่มโอกาสที่คุณจะบอกว่า “ตกลง” หรือ “ใช่” เป็นสองเท่า มากกว่าการปฏิเสธ

7. คำพูดคล้อยตาม

มีเทคนิคที่เป็นที่รู้จักกันดีที่คุณสามารถใช้ถ้าคุณต้องการให้คนตอบตกลง ก่อนอื่นถามคำถามเล็ก ๆ อย่างน้อย 2 คำถามที่คุณรู้ว่าคุณจะได้รับคำตอบ จากนั้นถามคำถามสุดท้ายเพื่อขอความช่วยเหลือ ผลออกมามักจะคล้อยตามกันเสมอ ดังที่นักจิตวิทยากล่าวว่า เรายึดมั่นในค่านิยมและพฤติกรรมของเรา และเรามุ่งมั่นที่จะยังคงยึดมั่นในสิ่งต่าง ๆ

ทักษะเหล่านี้เป็นการพูดโน้มน้าวให้เราสนใจในสิ่งที่ผู้พูดนำเสนอแก่เรา ทั้งเรื่องดีและการมีผลประโยชน์มาแอบแฝง ฉนั้นแล้วหากเรารู้ทันสถาณการณ์ ณ ขณะนั้นได้ เราก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของคำพูดเหล่านี้อย่างแน่นอน

ที่มา : brightside