9 เทคนิคทางจิตวิทยา ที่จะช่วยให้คุณได้เปรียบในทุกสถานการณ์

การใช้ชีวิตในแต่ละวันเรามักจะต้องเจอกับปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คอยมากวนใจ แต่เรากลับไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรกับมันดี หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่คิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เราขอแนะนำให้ลองอ่านเทคนิคเหล่านี้เทคนิคตามหลักการทางจิตวิทยาที่จะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเราได้ หากอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรแล้วมันจะช่วยในเรื่องไหนได้บ้าง

เทคนิคในวันนี้ที่เราสรุปมาให้ คุณสามารถนำมันไปใช้ได้จริงและเป็นตัวช่วยที่ดีทำให้คุณมีอิทธิพลในการตัดสินใจของใครหลายคนได้เลยแหละ

1. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วยการมองตา (อาจทำให้คุณรู้วิธีการเอาชนะใจเขาได้ และรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ได้ด้วยนะ)

การพูดคุยกับคนอื่นไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเรื่องใดก็ตาม การแสดงออกทางสีหน้า แววตาของพวกเขามีผลต่อสิ่งที่เราพูดออกไปแล้ว หรือแม้แต่ในครั้งต่อไปที่เราจะพูด เราสังเกตตรงนี้ได้ เพราะบางคนเขาก็ไม่ได้พูดในสิ่งที่คิด และคิดในสิ่งที่พูดเสมอไป

2. การเป็นคู่สนทนาที่ดี ไม่ควรเริ่มพูดเลยทันที

เมื่อเราต้องนัดหมายกับคนที่เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่จำเป็นที่จะต้องพบเจอพวกเขา เมื่อเราต้องเจอครั้งแรกควรจัดวางระเบียบในร่างกายให้เสร็จก่อน เช่น นั่งให้เรียบร้อย วางกระเป๋า จัดระเบียบท่าทาง ต่อจากนี้ควรกล่าวทักทายก่อนและรอดูท่าทีของฝ่ายตรงข้ามก่อนที่จะเริ่มสนทนา เราเชื่อว่าทุกท่าทางการขยับร่างกายของอีกฝ่ายเขาได้จ้องมองเราตลอด ควรทำสิ่งเหล่านี้เพื่อรักษามารยาทก่อน (ถ้าจะให้ดีหากเขาเป็นคนนัดเรามา ควรให้เขาเริ่มบทสนทนาก่อนจะดีที่สุด)

3. การสัมผัสสิ่งของสามารถบ่งบอกได้ถึงความสนใจ

ทางด้านจิตวิทยาได้มีการพิสูจน์แล้วว่าการสัมผัสสิ่งของ หรือลูบไล้สิ่งของในขณะสนทนาไปด้วย เป็นการบอกความรู้สึก และสิ่งที่คิดของคนเหล่านี้ด้วยนะ มันดูเหมือนเป็นการดึงดูดอีกฝ่ายให้สนใจในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ และหยุดดูในสิ่งที่เรากำลังจะทำเพื่อสังเกตว่ามันหมายถึงอะไร หลายคนที่ได้เจอสถานการณ์อาจจะยังไม่รู้ว่าความต้องการคืออะไร ลองสังเกตคู่สนทนาของคุณในครั้งถัดไป และลองเดาดูว่าเธอมีท่าทางเหล่านี้หรือไม่ ?

4. การชี้เท้าไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เป็นการบอกว่าเรากำลังสนใจในสิ่งนั้นอยู่

มันไม่ได้ดูเป็นการเสียมารยาทหากเราทำแต่พอเหมาะ การที่เท้าของเราชี้ไปในทางใดนั้นหมายถึงเราสนใจในสิ่งนั้นอยู่ลองสังเกตดูได้ สำหรับคนที่รู้ความหมายนี้แล้วเขากระทำสิ่งนี้แปลว่าเขาอยากที่จะลดระยะห่างระหว่างคุณกับเขา โดยไม่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนถูกรุกล้ำ ทำเพียงเพราะอยากบอกว่ากำลังสนใจสิ่งนั้นอยู่ เช่น คู่สนทนาที่ฉันกำลังสนใจในเรื่องราวที่เขากำลังอธิบายมันอยู่

5. การที่ทำท่าทางสื่อความหมายในขณะที่คุณไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้

เพื่อไม่เป็นการเสียมารยาทในการที่คุณต้องทำการแสดง หรือกำลังมีผู้คนให้ความสนใจคุณอยู่จำนวนมาก หากต้องตะโกนพูดคุยกับอีกฝ่ายเห็นทีจะไม่สุภาพมากเกินไป การสื่อสารกันด้วยท่าทางถือว่าดีที่สุดในเวลานั้น และมันจะไม่ทำให้ผู้คนที่กำลังสนใจคุณอยู่ถูกดึงดูดความสนใจนี้ไปในทิศทางอื่นน้อยลง

6. บทสนทนาที่อาจทำให้คุณเบื่อได้ แต่ไม่อยากเสียมารยาทพูดมันออกไป ลองใช้วิธีนี้ดูได้

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าท่าทีเหล่านี้ที่เคยพบในขณะสนทนา เป็นท่าทางที่สื่อออกมาว่าฉันเบื่อที่จะฟังมันแล้ว ไม่อยากฟังแล้ว ฉันไม่สนใจมันแล้ว หากได้อ่านบทความนี้จะเข้าใจ หรือคนที่ทำท่าทางเช่นนี้แต่ไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอะไร และที่ทำออกไปไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น ก็จงรับรู้ไว้ว่าหากทำไปแล้วเป็นท่าทางที่ไม่สุภาพเลย ที่เราทำมันออกไปในขนธที่คนอื่นพูด บางคนทำไปแล้วถึงเขารู้ เขาก็ไม่หยุดพูดก็มีด้วยนะ ฟังเบื่อ ฟังยาวไปเลยงานนี้ ^^ (เลือกใช้ในเวลาที่เหมาะสมด้วยนะ หรือถ้าพบท่าทางแบบนี้ก็ควรย่อบทความให้กระชับลงนิดนึงก็ได้ )

7. หากคุณต้องตัดบทสนทนากับคนที่พูดจาไม่ดีใส่คุณ

ท่าทางนี้จะช่วยให้คุณดูมีพลังอำนาจที่เหนือกว่า และดูไม่แคร์คำพูดของเขา เป็นการตัดบทสนทนาได้ดีเลยนะ คือการที่จ้องไปยังหน้าผากของเขาจ้องด้วยความมั่นใจนะ จ้องไปจนกว่าเขาจะหยุดพูด เชื่อเลยว่าวิธีนี้มันต้องทำให้เขาหยุดได้แน่ ๆ

8. หากต้องใช้เวลาคิดในการตัดสินใจ และเขาต้องการคำตอบตอนนี้ลองทำวิธีนี้ดู

การตัดสินใจในบางครั้งก็ต้องขอเวลาในการคิดมัน บ้างแม้เป็นเวลาเพียงน้อยนิดก็อยากที่จะคิดมันก่อนอยู่ดี ระหว่างที่คุณกำลังคิดทบทวนหาคำตอบ ลองหยิบแว่นตาของคุณเช็ดทำความสะอาดดูให้อีกฝ่ายได้รู้ว่า ฉันขอเวลาในการตัดสินใจสักครู่ หรือหยิบปากกาแล้วหยุดคิดก่อนที่จะวางมันลงไปบนโต๊ะเพื่อเป็นสัญญาณบอกคู่สนทนาของคุณที่กำลังรอคำตอบอยู่ (วิธีนี้เป็นการส่งสัญญาณให้เขาได้รู้โดยที่คุณไม่ต้องพูดออกไปเลย)

9. หากคุณต้องการสื่อให้ใคร ๆ หลายคนรู้ว่าคุณต้องการที่จะเป็นผู้นำ โดดเด่นกว่าคนอื่น

ในขนาดที่บางคนไม่รู้ว่ายืนข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ไม่ต่างกัน แต่ไม่เลยสำหรับนักจิตวิทยาได้ทำการวิจัยไว้แล้วว่า การที่เรายืนถ่ายรูปแล้วยืนซ้ายมือของช่างภาพ เขาสื่อถึงความหมายว่าเขาคือผู้นำที่มีความโดดเด่นในการถ่ายรูปในครั้งนี้ (หากคุณเป็นคนที่เข้าใจในความหมายนี้ จะรู้ว่าคนที่ต้องทำสิ่งนี้ทุกครั้ง เขาต้องการสื่อถึงอะไร >< )

ที่มา : brightside

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here