9 สิ่งที่เรา ” ควรปลูกฝังลูก ” ให้เป็นคนรักสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็ก ๆ

เด็กที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตนั้น พวกเขาสามารถรับรู้และปฏิบัติตามคำสอนของผู้ปกครองได้ดี และในฐานะผู้ปกครองควรที่จะสอนนิสัยการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับลูก ๆ เพราะมันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างนิสัยเหล่านี้เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและทรัพยากรได้ดียิ่งขึ้น

และนี้เป็น 9 สิ่งที่เรา ” ควรปลูกฝังลูก ” ให้เป็นคนรักสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็ก ๆ จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นเราไปดูพร้อมๆ กันเลย

 1. แนะนำให้ลูกใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์

โซเชียลมีเดียในปัจจุบันนี้มีอิทธิพลเป็นอย่างมากสำหรับเด็กรุ่นใหม่ เนื่องจามันเป็นสื่อบันเทิงและช่องทางการติดต่อกันแบบง่ายดาย และใช้ได้ทุกเพศทุกวัย เด็กสมัยนี้จึงใช้เวลากับสิ่งนี้ไปมากกว่าการเอาใจใส่เรื่องใกล้ตัว อย่างเรื่องธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นแล้วผู้ปกครองควรปลูกฝังให้พวกเขาใช้สื่อโซเชียลให้สามารถเกิดประโยชน์ได้ด้วย เช่น การระดุมความคิดหรือทำสื่อออกมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกันทั่วโลก

2. สอนให้พวกเขาเรียนรู้ว่าเมื่อมลพิษลดลง ภาวะโลกร้อนก็จะลดลงเช่นกัน

เด็กสามารถได้รับการสอนว่ายานพาหนะนั้น เป็นสาเหตุใหญ่ของการเกิดภาวะโลกร้อนและคิดเป็น 1/5 ของการปล่อยมลพิษออกมาทั้งหมด พวกเขาสามารถนำข้อมูลไปใช้กับการตัดสินใจซื้อรถในอนาคตของตนเอง การลดจำนวนยานพาหนะต่อคนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ที่ก่อให้เกิดมลพิษและส่งเสริมภาวะโลกร้อน นอกจากนี้พวกเขาสามารถใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันแทนได้เนื่องจากรถชนิดนี้ผลิตสารมลพิษเป็นศูนย์

3. ฝึกฝนให้ลูกปิดก๊อกน้ำให้สนิททุกครั้งหลังจากใช้งาน

พ่อแม่ควรสอนให้เด็กเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์น้ำ โดยการประหยัดน้ำ วิธีนี้คุณสามารถสอนพวกเขาได้โดยการให้พวกเขาปิดก๊อกให้สนิททุกครั้ง นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้พวกเขาปิดก๊อกน้ำขณะแปรงฟันหรือถูสบู่ อีกทั้งคุณควรที่จะอธิบายหรือให้เหตุผลกับพวกเขาว่าคุณฝึกให้ทำสิ่งนี้เพื่ออะไร หากเขาเข้าใจในครั้งต่อไปเขาจะปฎิบัติตาม

4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสัตว์ได้รับการดูแลอย่างดี

เด็กควรได้รับการสอนว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดควรได้รับการปฏิบัติ ด้วยความระมัดระวังและให้ความเคารพต่อสัตว์ป่า พวกเขาควรได้รับการดูแลโดยการได้รับอาหาร และความรักจากมนุษย์เพื่อสร้างสมดุลของระบบนิเวศ พวกเขาสามารถช่วยเหลือสัตว์บนโลกได้ทุกตัว และหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมในความบันเทิง ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ เช่นละครสัตว์ การต่อสู้ที่เป็นการแสดงของสัตว์

5. ปลูกฝังให้พวกเขารู้จักการรีไซเคิลและนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่

เด็กควรได้รับการสนับสนุนให้รีไซเคิลขวดพลาสติก ฝาขวด และภาชนะบรรจุ เนื่องจากเป็นวัสดุที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งใช้เวลาหลายทศวรรษในการย่อยสลาย เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องโลกจากมลภาวะขยะพลาสติกและมลพิษพลาสติกในทะเล ที่มีผลต่อชีวมณฑลของเราด้วยเช่นกัน

6. กินอาหารสดและอาหารออร์แกนิกมากขึ้นในมื้ออาหาร

การผลิตอาหารอินทรีย์นั้น ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าวิธีการทำฟาร์มแบบดั้งเดิม เพราะหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายต่อดิน และอาหารที่ผลิตยังทำให้มีสุขภาพดีและมีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย โดยที่คุณสามารถสอนให้พวกเขาทานผลไม้แทนอาหารขยะ กินอาหารที่มีไขมันต่ำและกินซีเรียลธัญพืชและขนมปังในแต่ละมื้อ

7. ปลูกฝังให้พวกเขาสนุกในกิจกรรมการปลูกต้นไม้

ต้นไม้คือสิ่งที่จะเติบโตให้ออกซิเจนกับโลกของเราในอนาคตได้ คุณจึงควรสอนเด็ก ๆ ให้สนุกสนานกับการทำกิจกรรมปลูกต้นไม้ และอนุรักษ์ต้นไม้รวมถึงการอธิบายถึงผลประโยชน์ของการปลูกต้นไม้ให้พวกเขาเข้าใจว่าการปลูกมันเป็นสิ่งจำเป็นต่อระบบนิเวศของเราในอนาค

8. คุณควรฝึกให้พวกเขาปิดไฟในห้องทุกครั้งหลังจากไม่ได้ใช้งาน

เด็กทุกวัยควรเรียนรู้ที่จะประหยัดพลังงาน โดยการสำรวจและเพลิดเพลินกับโลกภายนอก เช่นการเดินไปที่ชายหาดและการตั้งแคมป์เพื่อทำความเข้าใจกับแหล่งที่มาของทรัพยากร และวิธีการดูแลโดยการปิดไฟเมื่อใช้งานเสร็จแล้วเป็นกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมในการสอนลูกขั้นเบื้องต้นสำหรับวัยของพวกเขา

9. ฝึกฝนให้พวกเขามีส่วนร่วมในการทำความสะอาดท้องถิ่นในชุมชน

พ่อแม่ควรฝึกให้ลูกเป็นคนที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลพัฒนาชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมที่มีขยะ ปลูกฝังให้พวกเขาเป็นคนเก็บมากกว่าเป็นคนทิ้ง เพื่อให้เขารู้ว่าขยะเป็นมลพิษที่ทำลายโลกของเราได้ง่ายมาก ๆ รวมถึงระบบนิเวศต่าง ๆ ในท้องทะเลอีกด้วย โตขึ้นมาพวกเขาจะกลายเป็นคนที่มีจิตใจดี และยังมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นได้ง่ายอีกด้วย

เห็นได้ว่าการปลูกฝังให้ลูกของคุณเป็นคนที่รักสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เพียงแค่สามารถทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้สังคมเรา มีบุคลากรที่ดีที่เติบโตมาจากการปลูกฝังเรื่องเล็ก ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้จากครอบครัว แน่นอนว่าพวกเขาจะกลายเป็นคนที่มีวินัย และเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับแรกในอนาคต

ที่มา : brightside

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here