8 สถานการณ์เมื่อนักโบราณคดีไม่สามารถอธิบายการค้นพบของพวกเขาได้

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นักโบราณคดี สามารถค้นพบสิ่งต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ได้มากมาย และช่วยไขความลับทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้มนุษยชาติได้รับรู้ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ แต่ก็มีการค้นพบอีกจำนวนไม่น้อยที่นักโบราณคดียังไม่สามารถหาคำตอบได้ นั้นอาจจะเป็นเพราะองค์ประกอบของข้อมูลยังไม่พอ หรือเรื่องราวเหล่านั้นอาจจะยังเป็นความลับ และยังไม่พร้อมที่จะเปิดในผู้คนได้รับรู้ก็เป็นได้ อย่างเช่น สถานการณ์เหล่านี้

1. สุสานของราชินีแดง(The Tomb of the Red Queen) ในประเทศเม็กซิโก

ในนปี 1994 นักโบราณคดีค้นพบห้องสำหรับบรรจุร่างผู้เสียชีวิตใน Palenque (เมืองมายา) พวกเขาค้นพบโลงศพพร้อมซากของผู้หญิงที่ถูกทาด้วยผงสีแดง นอกจากนี้ยังมีไข่มุก ที่บนศีรษะมีมงกุฎและมีชิ้นส่วนบางอย่างที่สันนิฐานว่าเป็นหน้ากากของผู้เสียชีวิต จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าราชินีแดงมีอายุประมาณ 60 ปี

สาเหตุที่ทำให้เรื่องนี้เป็นที่น่าสนใจก็เพราะ ในสมัยก่อนมรดกหรือทรัพย์สินที่มีค่า จะสามารถสืบทอดได้โดยผู้ชายเท่านั้น สุภาพสตรีไม่อาจได้รับเกียรติในลักษณะเช่นนี้ จึงเกิดข้อสงสัยถึงประวัติเบื้องหลังของเธอ 

2. Man of La Venta เม็กซิโก ปี 1947

เป็นการการค้นพบที่ทำให้นักโบราณคดีเกิดความสงสัยกับศรีษะหินขนาดยักษ์ ที่สร้างขึ้นจากชาวโอลเมก (Olmec) ที่ La Venta ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 17 หัว พวกเขากำลังสงสัยว่า คนในสมัยนั้นสร้างรูปปั้นที่ใหญ่ และหนักเช่นนี้ได้อย่างไร? เครื่องมือชนิดไหนกันที่นำมาสร้าง และการขนส่งทำได้อย่างไร? และทำไมถึงต้องการปั้นศีรษะขนาดใหญ่เช่นนี้? นี้เป็นเพียงข้อสงสัยเพียงบางส่วนเท่านั้น ตอนนี้พวกเขาก็ยังตามคำตอบเหล่านั้นอยู่ 

3. ปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์โมเดล ในปี 1873

 ปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์นี้ถูกพบว่ามันถูกวางพิงต้นไม้เอาไว้ที่อุทยานแห่งชาติเกรทแอปในยูทาห์ ในปี 1870 ต่อมาก็ได้พบเจอในเหมืองและฟาร์มปศุสัตว์จำนวนมากในบริเวณนั้น มันน่าแปลกใจที่ไม่มีใครได้สัมผัสปืนไรเฟิลเหล่านั้นมานานกว่า 100 ปี แล้วคนพวกนั้นหายไปไหนหมด

4. เมืองที่สูญหายไป ในทะเลทรายคาลาฮารี ในแอฟริกาใต้

ในปี 1885 นักเดินทางและนักประดิษฐ์ The Great Farini เขียนรายงานเกี่ยวกับเมืองลึกลับที่เขาพบในทะเลทราย เขาส่งรายงานไปยัง สมาคมภูมิศาสตร์ของราชอาณาจักรบริเตน(สำนักงานใหญ่) และตีพิมพ์หนังสือที่เขาได้อธิบายถึงสิ่งที่เขาค้นพบ ในรายละเอียดของ The Great Farini อ้างว่าเมีมืองถูกสร้างขึ้นในรูปแบบของอาร์ค และบางส่วนถูกซ่อนอยู่ใต้ทราย

ศาสตราจารย์ A. J. Clement ได้ค้นคว้าเรื่องนี้ และสันนิษฐานว่าเมืองในรายงานนั้นเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์หินที่ละม้ายคล้ายกับฝาผนัง

5. สุสานของ Alexander the Great

แหล่งอ้างอิงหนึ่งกล่าวว่า ร่างของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้รับการบรรจุไว้ในโลงศพสีทอง ถูกส่งไปยังเมืองเมมฟิส แล้วส่งต่อไปที่เมืองอเล็กซานเดรีย ก่อนที่ร่างของพระองค์จะหายไป

ต่อมามีรายงานว่าโลงศพของอเล็กซานเดอร์ถูกพบที่เมืองไซดอน (เลบานอน) แต่แท้จริงแล้วเป็นโลงศพของกษัตริย์แห่งไซดอน และในปี 2014 มีการค้นพบโครงกระดูกในมาซิโดเนียตอนกลาง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าอาจเป็นโครงกระดูกของอเล็กซานเดอร์ คำถามคือ มันไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร

6. สุสานของเจงกีสข่าน

ปัจจุบันสุสานของเจงกีส ข่านจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ยังคงเป็นความลับ ตามที่เจงกีส ข่านประสงค์ไม่ให้ใครล่วงรู้ แม้ว่า Maury Kravitz นักโบราณคดีผู้ที่อุทิศเวลากว่า 40 ปีในการค้นหาสุสานก็ยังไม่สามารถพบได้

7. สุสาน Pomorie ประเทศบัลแกเรีย

หลุมฝังศพนี้ตั้งอยู่บนอาณาบริเวณของหลุมหลบภัย Anhialo ในสมัยที่โรมันปกครอง ซึ่งหลุมฝังศพรวมเอาทั้งประเพณีธราเซียน และโรมันเข้าด้วยกัน

นักวิจัยบางท่านคิดว่าสุสานนี้คืออนุสาวรีย์สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วีรบุรุษในช่วงเวลานั้น ซึ่งการศึกษายังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพราะนักวิทยาศาสตร์ต้องการทราบถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการก่อสร้างนี้

8. Sibiu Manuscript ประเทศโรมาเนีย

Sibiu Manuscript เป็นเอกสารฉบับแรกที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับจรวด โดย Conrad Haas นักวิทยาศาสตร์ในยุคกลาง ผู้ประสบความสำเร็จในการอธิบายการปล่อยตัวจรวดในแบบหลายขั้นตอน และเมื่อปี 1555 Hass ยังได้อธิบายถึงยานอวกาศสมัยใหม่ อีกทั้งยังเขียนเกี่ยวกับเชื้อเพลิงจรวดด้วย

ขอบคุณที่มา brightside

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here