8 สิ่งที่แม่บ้านควรรู้ ? ในการล้างทำความสะอาดผ้าต่าง ๆ !!

ผู้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจวิธีคิดผิด ๆ ในการซักทำความสะอาดผ้าที่อยู่ภายในบ้าน บางคนซักผ้าบางชนิดบ่อยเกินไปนั่นอาจเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง หรือบางคนไม่ค่อยซักผ้าที่ควรจำเป็นแก่การซักเลย นั่นเป็นเพราะว่าคุณรับรู้วิธีการหรือข้อเสียของสิ่งเหล่านี้มาไม่ชัดเจน วันนี้เราจึงอยากนำข้อมูลเหล่านี้ มาแบ่งปันความรู้ให้ได้ศึกษาและนำไปปฎิบัติกัน

1. คุณไม่ควรซักกางเกงยีนส์บ่อย ๆ 

เหตุผลที่คุณไม่ควรซักล้างกางเกงยีนส์บ่อย ๆ นั่นเป็นเพราะว่าผ้ายีนส์ของคุณจะเสียรูปร่าง นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูง จะช่วยลดการหดตัวซึ่งทำให้กางเกงยีนส์ตัวโปรดของคุณนั้น ดูแตกต่างจากวันแรกที่ซื้อมา ซึ่งก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่ากางเกงยีนส์ผลิตขึ้นมาสำหรับคาวบอย หรือคนงานทั่วไปแน่นอนคนเหล่านั้นไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสะอาดมากเท่าไหร่

แต่หากว่าคุณเป็นคนค่อนข้างรักษาความสะอาดคุณควรซักล้างยีนส์ให้ดีที่สุดเพื่อพยายามรักษาสีและรูปทรง โดยไม่ควรซักลงไปในเครื่องซักผ้าเด็ดขาด CEO ของ Levi’s Chip Bergh กล่าวคำแนะนำนี้

2. การทำความสะอาดสปอร์ตบรา และบราที่ใส่ในชีวิตประจำวัน

ชุดชั้นในแบบสปอร์ตบรานั้นคุณควรล้างมันทุกครั้งหลังจากการสวมใส่ และควรซักล้างโดยทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หลายวัน เนื่องจากเหงื่อบริเวณใต้ขอบบราจะเกิดการสร้างเชื้อราได้ ทำให้ครั้งต่อไปในการสวมใส่คุณอาจเกิดอาการคันยุกยิก ส่วนบราที่ใส่ในชีวิตประจำวันคุณควรคำนึงถึงการใช้งาน หากคุณใส่ในวันที่มีเหงื่อเต็มตัวคุณก็ควรซักมันในทันทีโดยเช่นกัน แต่หากคุณใช้งานในห้องแอร์หรือที่ที่คุณไม่ได้มีเหงื่อคุณก็สามารถซักในภายหลังก็ได้

3. การทำความสะอาดพรหมเช็ดเท้าและผ้าเช็ดตัว

ผ้าเช็ดตัวของคุณจะต้องซักอย่างน้อยทุกๆ 2 สัปดาห์ หรือหากคุณใช้งานมันจนเปียกชื้นคุณควรเอาไปตากแดดเอาไว้ เพื่อให้แห้งสนิทและเพื่อกำจัดแบคทีเรียต่าง ๆ ที่เรามองไม่เห็นได้ด้วย และคุณควรมีผ้าเช็ดตัวสำรอง เพื่อเปลี่ยนไปใช้ผืนต่อไปได้ทันที และทุกครั้งที่ซักควรให้มันมีกลิ่นหอมและขาวสะอาดเสมอ

ส่วนพรหมเช็ดเท้านั้นเป็นอะไรที่สกปรกกว่าที่คุณคิด เพราะบางครั้งมันเปียกจากการเช็ดเท้าเราตอนออกจากห้องน้ำ และมันอยู่ในพื้นที่อับชื้น จึงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคเชื้อราอย่างมาก ซึ่งพรหมเช็ดเท้านี้คุณควรซักล้างมันสัปดาห์ละครั้ง และควรเปลี่ยนผืนใหม่บ่อย ๆ ทุก 2-3 เดือน

4. การทำความสะอาดหมวกที่ใส่ทั่วไป กับหมวกกันหนาว

หมวกที่คุณใส่ในชีวิตประจำวันนั้นคุณควรซักเดือนละครั้ง หรือหากคุณใช้งานมันบ่อยครั้งคุณควรซัก อาทิตย์ละครั้งเนื่องจากหมวกเหล่านี้จะมีกลิ่นเหงื่อบนหนังศรีษะเรา ทำให้มันเกิดเชื้อราได้หากคุณใส่แล้วใส่อีกชนิดที่ไม่ซักเลย
ส่วนหมวกที่ใส่กันหนาวนั้นคุณควรซัก 2 เดือนครั้ง เพราะมันเป็นหมวกในฤดูหนาว ไม่มีเหงื่อไม่มีกลิ่นและเชื้อราให้คุณกังวลใจแน่นอน

5. การทำความสะอาดปลอกหมอนกับผ้าปูที่นอน

คุณควรทำความสะอาดผ้าปูที่นอนของคุณทุก ๆ 10 วัน เพราะผ้าปูที่นอนของคุณนั้นมีฝุ่นที่สะสมอยู่บนเตียงเป็นจำนวนมาก หากเราปล่อยปะละเลยซึ่งฝุ่นเหล่านี้เป็นไวรัสสปอร์แบคทีเรีย และจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย เมื่อสูดลมหายใจเข้าไปอย่างต่อเนื่อง มีความเสี่ยงอย่างมากต่อการเกิดอาการเเพ้หายใจลำบาก และระคายเคืองต่อเยื่อเมือก สิ่งเหล่านี้เกิดจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วของมนุษย์นั้นเป็นอาหารอันโอชาของไร

ในส่วนของปลอกหมอนคุณควรซักให้บ่อยกว่าผ้าปูที่นอน และควรเปลี่ยนปลอกหมอนอยู่เสมอ เนื่องจากปลอกหมอนเป็นแหล่งสะสมความสกปรกจากเครื่องสำอาง ไขมันที่หน้าคุณในตอนกลางคืน ซึ่งอาจก่อให้เกิดสิวหรือผื่นคันได้

6. การทำความสะอาดผ้าห่ม และผ้าคลุมเตียง

คุณควรทำความสะอาดผ้าห่มไม่น้อยกว่าเดือนละครั้ง เพราะมันใช้เหตุผลเดียวกันกับผ้าปูที่นอน ส่วนผ้าปูที่นอนคุณไม่ควรซักล้างปนกับผ้าคลุมเตียง เพราะผ้าคลุมเตียงนั้นไม่ได้สัมผัสกับผิวเราบ่อยนักพูดง่าย ๆ ว่ามันสะอาดกว่าผ้าปูที่นอน จึงไม่ควรนำไปซักรวมกัน และคุณควรทำความสะอาดมันทุก ๆ 2 เดือน

7. การทำความสะอาดแจ็คเก็ตและเสื้อโค้ท

แจ็คเก็ตควรล้างไม่เกินหนึ่งครั้งทุก 3 เดือนในน้ำเย็น เพราะแจ๊กเก็ตไม่สัมผัสกับผิวหนังโดยตรงดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง

วิธีการขจัดคราบบนเสื้อโค้ทควรจะทำโดยละเอียด ซึ่งคุณควรอ่านฉลากและทำความเข้าใจกับสิ่งที่ทำจากสิ่งของ เสื้อส่วนใหญ่ไม่สามารถล้างทำความสะอาดได้ และเพื่อไม่ให้เสียสิ่งของคุณควรใช้บริการซักรีดทันที

8. การทำความสะอาด Tulle เทียบกับม่าน

คุณควรทำความสะอาดม่านหนาที่แขวนอยู่ที่หน้าต่างด้านข้าง ปีละครั้งตามเงื่อนไขที่คุณดูดฝุ่นเป็นประจำ การกระทำนี้จะช่วยป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ เช่นไรฝุ่น

Tulle แขวนอยู่ตรงกลางและดักจับสิ่งสกปรกและฝุ่น ที่ลอยเข้ามาในบ้านจากหน้าต่างที่เปิดอยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่มันควรจะทำความสะอาดไม่น้อยกว่า หนึ่งครั้งทุกครึ่งปี

9. การทำความสะอาด หมอน vs ผ้านวม

สิ่งสกปรกและไขมันจากผม และผิวหนัง แทรกซึมเข้าไปในหมอนและอาจทำให้เกิดการผสมพันธุ์ของเชื้อรา ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้ล้างด้วยเครื่องซักผ้ามานานหลายปี ดึงดูดไรฝุ่นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ในมนุษย์ เพราะฉะนั้นคุณควรทำความสะอาดหมอนทุก 3 เดือน ส่วนผ้านวมควรทำความสะอาดเพียงครั้งเดียวทุก 6 เดือน เพราะไม่ได้สกปรกเหมือนหมอน

การทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ภายในบ้านของเรานั้นสำคัญมาก คุณควรดูแลใส่ใจสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามไปอย่างยิ่ง เพราะมันมีผลต่อสุขภาพของคุณและคนในครอบครัว อีกทั้งการเรียนรู้วิธีการทำอย่างถูกต้องก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่คุณควรศึกษาอย่างละเอียด

ที่มา : brightside

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here